Connext ดีไหม? กำลังโตเร็ว แต่ความน่าเชื่อถือโตทันหรือยัง?
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
บทคัดย่อ:บทความนี้อธิบายแนวคิดของ Fade Trading หรือการเทรดสวนทิศทางของแนวโน้มราคา โดยชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงสำหรับนักเทรดมือใหม่ เนื่องจากต้องอาศัยความเข้าใจด้านแนวโน้มตลาด สัญญาณยืนยันการกลับตัว การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมอารมณ์ในการลงทุน บทความแนะนำให้ผู้ที่สนใจฝึกฝนผ่านการทดสอบย้อนหลังและบัญชีทดลองก่อนใช้งานจริง พร้อมเน้นย้ำว่าการรอจังหวะที่มีสัญญาณยืนยันและการบริหารเงินทุนอย่างเหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จและลดความเสี่ยงในการใช้กลยุทธ์ Fade Trading

มีช่วงหนึ่งที่แอดเพิ่งเริ่มเทรดใหม่ๆ เห็นราคา EUR/USD วิ่งขึ้นแรงมาก แล้วแอดก็คิดว่า “มันขึ้นมาไกลขนาดนี้แล้ว ต้องกลับลงแน่ๆ เลย” แล้วก็กด SELL ทันที
ราคาขึ้นต่ออีก 200 pip ครับ นั่นคือครั้งแรกที่แอดเจอบทเรียนแสนแพงของ Fade Trading โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
Fade Trading หรือที่เรียกว่า “Running a Fade” คือกลยุทธ์ที่เทรดสวนทางกับการเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบันครับ
ถ้าราคากำลังวิ่งขึ้นแรง Fade Trader จะ SELL สวนทาง โดยเชื่อว่าราคาจะกลับตัวในเร็วๆ นี้ และถ้าราคากำลังดิ่งลงหนัก Fade Trader จะ BUY สวนทาง โดยเชื่อว่าราคาวิ่งไกลเกินไปแล้วและต้องกลับมา
แนวคิดนี้ฟังดูสมเหตุสมผลครับ เพราะราคาไม่ได้วิ่งทางเดียวตลอดไป แต่ความยากคือการรู้ว่า “เมื่อไหร่” ที่ราคาจะกลับ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่แยกมือใหม่ออกจากมืออาชีพอย่างชัดเจนครับ
กฎที่นักเทรดมืออาชีพรู้กันดีคือ “Trend is your friend” ครับ เทรนด์ที่แข็งแกร่งมักแข็งแกร่งกว่าที่ทุกคนคาดไว้เสมอ
มือใหม่มักมองว่าราคาขึ้นมา 100 pip แล้ว “แพงเกินไปแล้ว” และรีบ SELL ทันที แต่ในตลาดจริงราคาอาจขึ้นต่อไปอีก 300 pip ก็ได้ครับ การสู้กับ Momentum ที่แข็งแกร่งโดยไม่มีสัญญาณยืนยันเป็นเหมือนยืนขวางรถไฟที่กำลังวิ่งเต็มความเร็ว
Fade Trading ที่ดีไม่ใช่การเดาว่าราคาจะกลับครับ แต่ต้องรอสัญญาณยืนยันที่ชัดเจนก่อน เช่น RSI Divergence, Liquidity Sweep หรือ False Breakout
มือใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้จักสัญญาณเหล่านี้ และเข้าออเดอร์ Fade ด้วยความรู้สึกว่า “น่าจะกลับแล้ว” ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่แข็งแกร่งพอครับ
การเทรดสวนทางเทรนด์ต้องการ Stop Loss ที่กว้างกว่าการเทรดตามเทรนด์มากครับ เพราะราคาอาจ “กดดัน” ออเดอร์ก่อนกลับตัวจริง
ถ้า Stop Loss แคบเกินไป จะโดนล้างบ่อยมาก ถ้า Stop Loss กว้างเกินไป Risk ต่อออเดอร์สูงเกินไป สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญเรื่อง Money Management นี่คือสูตรขาดทุนหนักครับ
เวลาออเดอร์ Fade กำลังขาดทุนอยู่ สิ่งที่เห็นบนจอคือราคากำลังวิ่งสวนทางออเดอร์เต็มๆ ครับ ความกดดันทางจิตใจสูงมาก มือใหม่มักตัดสินใจผิดพลาดสองทาง คือปิดออเดอร์เร็วเกินไปก่อนราคากลับ หรือถือต่อจนขาดทุนหนักเพราะ “มั่นใจว่าต้องกลับ”
Fade Trading มี Win Rate ที่ต่ำกว่า Trend Trading โดยธรรมชาติครับ แต่กำไรต่อครั้งที่สูงกว่าช่วยชดเชยได้ ปัญหาคือมือใหม่ยังไม่มีสถิติเพียงพอที่จะรู้ว่ากลยุทธ์ของตัวเองมี Edge จริงหรือเปล่าครับ
สมมติ GBP/USD วิ่งขึ้น 150 pip ภายใน 2 ชั่วโมงครับ
มือใหม่ที่ใช้ Fade แบบผิดวิธี: เห็นว่าขึ้นมาไกลแล้ว รู้สึกว่า “ต้องลงแล้ว” กด SELL ทันที ตั้ง Stop Loss แคบ 20 pip เพราะกลัวขาดทุนมาก โดนล้างใน 30 นาที ราคาขึ้นต่ออีก 80 pip
มืออาชีพที่ใช้ Fade อย่างถูกต้อง: รอให้ราคาวิ่งขึ้นแตะแนวต้านสำคัญที่ 1.2800 ซึ่งเป็น Daily High เก่า, รอให้ RSI ขึ้นไป Overbought เหนือ 80, เห็น Bearish Divergence ชัดเจนบน 15 นาที, รอ Rejection Candle ที่แนวต้าน แล้วจึง SELL พร้อม Stop Loss เหนือ High สุด R:R 1:3 ครับ
ทั้งคู่ทำสิ่งเดียวกันคือ SELL ตอนราคาขึ้นแรง แต่คนแรกเดา คนหลังรอสัญญาณยืนยันครบทุกอย่างก่อนครับ
ดูตารางเช็คความพร้อมด้านบนครับ แต่สรุปง่ายๆ ได้ดังนี้
ก่อนจะลอง Fade Trading แอดแนะนำให้นักเทรดมีครบทุกอย่างนี้ก่อนครับ
ประสบการณ์จริงอย่างน้อย 1 ปี และมีสถิติการเทรดที่บันทึกไว้จริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าเทรดมานานแล้ว
อ่าน Market Structure ได้ทุก Time Frame รู้จัก Higher High, Higher Low, Lower High, Lower Low และตีความได้ว่าตลาดกำลังทำอะไรอยู่
ใช้ Indicator เพื่อยืนยันสัญญาณได้ โดยเฉพาะ RSI Divergence และ Volume ที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการกลับตัว
Money Management เคร่งครัด Risk 1% ต่อออเดอร์ทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะ Fade Trading มีโอกาสขาดทุนติดต่อกันหลายครั้งก่อนที่ออเดอร์ที่ถูกจะมา
จิตวิทยาที่มั่นคง ปิด Stop Loss ได้โดยไม่ลังเลและไม่ Revenge Trade หลังแพ้ เพราะ Fade Trading ทดสอบจิตใจมากกว่ากลยุทธ์อื่น
Win Rate ปัจจุบันต้องดีก่อน ถ้าเทรดตามเทรนด์ยังได้ Win Rate ต่ำกว่า 45% อยู่ ไม่ควรมาลอง Fade Trading ครับ เพราะ Fade ยากกว่าอีก
ทดสอบใน Demo ก่อนอย่างน้อย 3 เดือน และต้องได้กำไรสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่โชคดีในช่วงสั้นๆ
อย่าใช้ Fade Trading ในช่วงตลาด Trending แรงๆ ครับ เช่น ช่วงหลัง FOMC ประกาศ หรือช่วงที่มีข่าว NFP เพราะ Momentum ในช่วงนั้นแรงมากจนสัญญาณกลับตัวปกติใช้ไม่ได้
อย่าเพิ่ม Position Size เพื่อ “เอาคืน” เมื่อ Fade ออเดอร์แรกขาดทุนครับ นั่นคือกับดักที่อันตรายที่สุดของกลยุทธ์นี้
และที่สำคัญที่สุด ถ้ายังไม่แน่ใจว่าพร้อมหรือเปล่า คำตอบคือยังไม่พร้อมครับ
Q1: Fade Trading กับ Counter Trend Trading คือสิ่งเดียวกันไหม?
ใช่ครับ เป็นคำที่ใช้แทนกันได้ บางครั้งเรียกว่า Mean Reversion Trading ด้วย ทั้งหมดหมายถึงการเทรดในทิศทางตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบันครับ
Q2: มีสัญญาณไหนที่ใช้ Fade ได้ปลอดภัยที่สุด?
สัญญาณที่แอดแนะนำให้รอครบก่อนเข้าครับ คือ RSI Divergence + ราคาแตะแนวรับแนวต้านสำคัญ + Volume ลดลงขณะราคายังวิ่งต่อ ถ้ามีสามอย่างนี้พร้อมกัน โอกาสกลับตัวสูงกว่าการ Fade แบบสุ่มมากครับ
Q3: Fade Trading เหมาะกับ Time Frame ไหน?
Time Frame ที่นิยมใช้กับ Fade คือ 15 นาทีถึง 4 ชั่วโมงครับ Time Frame สั้นกว่านี้มี Noise มากเกินไป ส่วน Daily ขึ้นไป Fade มักใช้เวลานานมากจนบริหาร Stop Loss ยากครับ
Q4: ถ้าอยากฝึก Fade Trading ควรเริ่มจากอะไร?
แอดแนะนำให้เริ่มจากการ Backtest ย้อนหลังบนกราฟก่อนครับ ลองหาจุดที่ราคากลับตัวในอดีต แล้วดูว่ามีสัญญาณอะไรปรากฏก่อนหน้านั้นบ้าง ทำแบบนี้ 100 ครั้งจะเริ่มเห็น Pattern ที่ซ้ำกันครับ
Q5: Fade Trading ที่ดีต้องมี R:R เท่าไหร่?
เนื่องจาก Win Rate ของ Fade Trading มักต่ำกว่า Trend Trading แอดแนะนำ R:R ขั้นต่ำ 1:2 ครับ ถ้าได้ 1:3 ยิ่งดี เพราะแม้ชนะแค่ 35-40% ก็ยังทำกำไรได้ในระยะยาวครับ
WikiFX Thailand — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผลการเทรดขึ้นอยู่กับทักษะและสภาวะตลาดของแต่ละคนครับ
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์
EC markets
FOREX.com
pepperstone
FXTM
TMGM
AVATRADE
EC markets
FOREX.com
pepperstone
FXTM
TMGM
AVATRADE