ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดพุ่งขึ้น 19.74 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดทั้งวันราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากการพักตัวของดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดพุ่งขึ้น 19.74 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดทั้งวันราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากการพักตัวของดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และ แม้จะเกิดการอ่อนตัวลง แต่ราคายังคงทรงตัวรักษาระดับเหนีย 1,800 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง จึงเกิดแรงซื้อ Buy the Dip เข้ามาพยุงราคาเอาไว้ ก่อนที่ราคาทองคําจะทะยานขึ้นแข็งแกร่ง

โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระหว่างการกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจําวุฒิสภาวานนี้ ที่แม้ว่านายพาวเวลจะระบุชัด ว่า เฟตพร้อมจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ผู้กําหนดนโยบายคาดการณ์ไว้ในปัจจุบันเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี ผู้กําหนดนโยบายยังคงถกเถียงกันถึงแนวทางในการปรับลดงบดุล ของเฟต โดยอาจต้องใช้เวลา 2-4 การประชุมกว่าที่เฟดจะตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวได้ และแม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่จําเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ดําเนินการอยู่อีกต่อไป

แต่ยังมี “หนทางยังอีกยาวไกล” สําหรับสิ่งที่ใกล้เคียงกับนโยบายที่เข้มงวด โดยรวมแล้วตลาดมองว่าถ้อยแถลงของนายพาวเวลส์ Hawkish น้อยกว่าที่นักลงทุนบางส่วนประเมินไว้ อีกทั้งยัง Hawkish น้อยกว่าถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดท่านอื่น ซึ่งสะท้อนว่าเฟดจะไม่เร่งคุมเข้มนโยบายการเงินแบบแข็งกร้าวเกินไปเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ดัชนี ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.36% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงจากระดับสูงสุดรอบเกือบ 2 ปีจนเป็นปัจจัยสําคัญที่อยู่เบื้องหลังการทะยานขึ้นของทองคํา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -0.87 ต้น สําหรับวันนี้จับตาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ของสหรัฐ
ราคาทองคำพยายามทรงตัวเคลื่อนไหวในกรอบ หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,810 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีแนวโน้มขึ้นทดสอบ แนวต้าน 1,830-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านแนวต้านได้ จะเกิดแรงขายออกมา โดยแนวรับแรกจะอยู่ที่ 1,810และแนว รับสำคัญอยู่บริเวณ 1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,810-1,797
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,830-1,834
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสกานะซื้อหากหลุด $1,797

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ