ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันจันทร์ (22มี.ค.)ร่วงลง 3.60 ดอลลาร์ โดยได้รับกผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในตุรกี
สัญญาทองคำชร่วงลง 3.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,738.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาทองไม่ได้รับอานิสงส์จากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวันนี้ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ได้ลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.7% แตะระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 2.5% โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกในตลาดการเงิน หลังจากค่าเงินลีราของตุรกีทรุดตัวลงอย่างหนักจากการที่นายเรเซป เตย์ยิป เออร์ดวน ประธานาธิบดีตุรกี สั่งปลดนายนาซี แอกบาล ผู้ว่าการธนาคารกลางตุรกี ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากนายแอกบาลประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแตะระดับ 19% เมื่อวันศุกร์เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและสกัดการร่วงลงของค่าเงินลีรา แม้ว่าปธน.เออร์ดวนเรียกร้องมาโดยตลอดให้ธนาคารกลางตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ
IC Markets Global
VT Markets
FXTM
EBC
octa
EC markets
IC Markets Global
VT Markets
FXTM
EBC
octa
EC markets
IC Markets Global
VT Markets
FXTM
EBC
octa
EC markets
IC Markets Global
VT Markets
FXTM
EBC
octa
EC markets