简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
ETO Markets Buzz | โลหะมีค่าปรับฐานแรง หลังการเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดเขย่าคาดการณ์นโยบายการเงิน
บทคัดย่อ:มุมมองตลาดโลกกุมภาพันธ์ 2026ตลาดการเงินโลกเผชิญอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ผันผวน หลังนักลงทุนตอบสนองต่อการตั้งราคาใหม่ของสินทรัพย์อย่างรุนแรง ความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่กลับมาอีกครั้ง และสัญญาณเศรษฐกิจที่ออกมาแ
มุมมองตลาดโลก
กุมภาพันธ์ 2026
ตลาดการเงินโลกเผชิญอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ผันผวน หลังนักลงทุนตอบสนองต่อการตั้งราคาใหม่ของสินทรัพย์อย่างรุนแรง ความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่กลับมาอีกครั้ง และสัญญาณเศรษฐกิจที่ออกมาแบบคละเคล้าจากประเทศเศรษฐกิจหลัก
ในสหรัฐฯ กลุ่มโลหะมีค่าเผชิญการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาทองคำปรับลงราว 8% และราคาเงินร่วงประมาณ 25% การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงขายทำกำไรอย่างหนัก หลังจากราคาปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนาน แม้ทั้งสองสินทรัพย์ยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวกเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี (YTD)
ความเสี่ยงทางการเมืองกลับมาอยู่แถวหน้าของตลาด หลังอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ชเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แทน เจอโรม พาวเวลล์ การเสนอชื่อนี้จุดชนวนให้ตลาดเร่งประเมินทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ใหม่ และกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนพลิกอย่างฉับพลัน
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเงินเฟ้อยังคงตอกย้ำภาพรวมที่ต้องระมัดระวัง โดยราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมปรับขึ้นแรง ทั้งในส่วนตัวเลขทั่วไปและ Core ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุดในรอบหลายเดือน สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ แม้บางส่วนของเศรษฐกิจจะเริ่มชะลอลง
ความไม่แน่นอนด้านนโยบายสหรัฐฯ จุดชนวนการตั้งราคาใหม่ของตลาด
การเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ถูกตลาดตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญญาณของนโยบายการเงินที่อาจ เข้มงวดต่อเงินเฟ้อมากขึ้น และใช้ความระมัดระวังสูงขึ้นในการผ่อนคลายนโยบาย วอร์ชมักถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยวมากกว่าผู้นำคนก่อนหน้า โดยให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง ความชัดเจนเชิงนโยบาย และการควบคุมเงินเฟ้อมาโดยตลอด
การเปลี่ยนมุมมองนี้ท้าทายสมมติฐานหลักที่หนุนการปรับขึ้นก่อนหน้าของโลหะมีค่าและสินทรัพย์เสี่ยง นั่นคือความเชื่อว่านโยบายการเงินสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลงอย่างชัดเจนภายใต้แรงกดดันทางการเมือง เมื่อคาดการณ์เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำลงถูกปรับใหม่ ตลาดจึงปรับตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำและเงินเผชิญแรงขายอย่างรุนแรง
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดยังคง อ่อนไหวอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของทิศทางนโยบายที่รับรู้ โดยเฉพาะในช่วงที่การถือครองสถานะมีความแออัด และความเชื่อมั่นต่อการกลับลำเชิงผ่อนคลาย (dovish pivot) แพร่หลายในวงกว้าง
โลหะมีค่าปรับฐาน แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังอยู่
การปรับฐานของทองคำและเงินสะท้อนการปรับความคาดหวังระยะสั้น มากกว่าการล้มของกรณีการลงทุนระยะยาว โลหะมีค่าได้แรงหนุนก่อนหน้าจากความคาดหวังนโยบายผ่อนคลาย ความเสี่ยงด้านการคลัง และความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อเงินตราแบบ Fiat การเสนอชื่อประธานเฟดที่เน้นควบคุมเงินเฟ้อทำให้ตลาดต้องทบทวนสมมติฐานเหล่านั้นใหม่
ราคาเงินปรับลงแรงกว่าทองคำ เนื่องจากมีบทบาทสองด้าน ทั้งในฐานะโลหะทางการเงินและโลหะอุตสาหกรรม นอกจากปัจจัยด้านนโยบายแล้ว ราคายังเคยได้แรงหนุนจากความคาดหวังต่ออุปสงค์อุตสาหกรรมจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานและภาคการผลิต ความเป็นไปได้ของภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น ทำให้ตลาดกังวลว่าเศรษฐกิจโลกและกิจกรรมอุตสาหกรรมอาจชะลอ เพิ่มแรงกดดันฝั่งขาลง
อย่างไรก็ดี แม้จะถูกเทขายแรง ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่หนุนโลหะมีค่ายังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความยั่งยืนทางการคลัง การกระจายทุนสำรองของธนาคารกลาง และความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดเป็น การพักฐานมากกว่าการยอมแพ้ของตลาด
จีนและออสเตรเลียเติมภาพโลกที่คละเคล้า
ข้อมูลเศรษฐกิจจากจีนชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอที่กลับมาในช่วงต้นปี ทั้งภาคการผลิตและนอกภาคการผลิตหลุดเข้าสู่โซนหดตัว สะท้อนความท้าทายด้านอุปสงค์ภายในและความเชื่อมั่น ดัชนีผลผลิตรวมก็ปรับลงต่ำกว่าเส้นแบ่งการขยายตัว ย้ำว่าการฟื้นตัวยังเปราะบาง แม้จะมีความพยายามพยุงเศรษฐกิจก่อนหน้า
ในออสเตรเลีย เงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด โดยตัวเลขทั่วไปพุ่งเกินกรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง เพิ่มน้ำหนักให้มุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับตึงตัวนานขึ้น ภาพนี้เพิ่มความซับซ้อนให้ผู้กำหนดนโยบายที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงการเติบโตชะลอ กับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย
แนวโน้มตลาดในระยะถัดไป
ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์สะท้อนสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วย ความผันผวนสูง ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และแรงผลักจากปัจจัยเศรษฐกิจที่สวนทางกัน การเปลี่ยนคาดการณ์เกี่ยวกับผู้นำด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ได้กระตุ้นการตั้งราคาใหม่อย่างรวดเร็วในหลายตลาด ขณะที่เงินเฟ้อยังคงจำกัดความยืดหยุ่นเชิงนโยบายทั่วโลก
สำหรับตลาดหุ้น ความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่สูงนานขึ้น และภาวะการเงินที่ตึงตัว เพิ่มความเสี่ยงขาลงระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อมูลค่า (valuation-sensitive)
สำหรับโลหะมีค่า การปรับฐานสะท้อนการทบทวนความคาดหวังเชิงนโยบายระยะสั้น มากกว่าการเสื่อมถอยของปัจจัยพื้นฐานระยะยาว
ภายใต้บริบทนี้ ETO Markets ยังคงเน้นว่า การกระจายความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการจัดสมดุลระหว่างสินทรัพย์จริงกับสินทรัพย์ทางการเงิน เป็นหัวใจสำคัญในการนำพาพอร์ตการลงทุนผ่านตลาดโลกที่อ่อนไหวต่อนโยบายและไม่แน่นอนมากขึ้น
Disclaimer
เนื้อหานี้จัดทำโดย Star Activation สำหรับลูกค้าของ ETO Markets โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน ข้อเสนอ หรือการชักชวนใด ๆ
ETO Markets และ Star Activation ไม่รับรองหรือรับประกันความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูล และจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือความสูญเสียใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพาเนื้อหานี้ การซื้อขายมีความเสี่ยง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

