简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
หุ้นสหรัฐร่วงทั้งตลาด หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษียุโรป
บทคัดย่อ:หุ้นสหรัฐร่วงทั้งตลาด หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษียุโรป กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกตลาด หุ้นสหรัฐ ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายวันอังคาร ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้า หลังประธานาธิบดีโดน

หุ้นสหรัฐร่วงทั้งตลาด หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษียุโรป กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก
ตลาด หุ้นสหรัฐ ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายวันอังคาร ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขู่ใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศพันธมิตรในยุโรป ซึ่งนักลงทุนมองว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้ารอบใหม่
ดัชนีหุ้นสหรัฐดิ่งแรง เทขายทั้งกระดาน
แรงขายในตลาด หุ้นสหรัฐ กระจายตัวในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ร่วงลงกว่า 870 จุด หรือราว -1.8% ปิดที่ระดับ 48,489 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 2.1% ปิดที่ 6,797 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งอิงหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ดิ่งลงถึง 2.4%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่เผชิญแรงขายหนัก โดยนักลงทุนลดความเสี่ยงต่อสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง สะท้อนบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) อย่างชัดเจนในตลาดการเงินโลก
ต้นเหตุแรงกดดัน: ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้ายุโรป
ความผันผวนในตลาด หุ้นสหรัฐ เกิดขึ้นหลังมีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศแผนเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ต่อสินค้าจากประเทศยุโรปหลายแห่ง เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และอาจปรับขึ้นเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน หากการเจรจาทางการเมืองยังไม่บรรลุผล
ประเทศที่ถูกระบุในมาตรการดังกล่าว รวมถึงเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของสหรัฐฯ
ยุโรป–เอเชียปรับฐานตาม ความเสี่ยงสงครามการค้าลุกลาม
แรงสั่นสะเทือนจากฝั่งสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียปรับตัวลงตามกัน โดยสหภาพยุโรปถือเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และมีสัดส่วนการนำเข้าสูงกว่าทั้งเม็กซิโกและจีนรวมกัน
ผู้นำยุโรปเริ่มพิจารณามาตรการตอบโต้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องมือทางการค้าของสหภาพยุโรป หากความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงถัดไป
เวทีดาโวสจับตาภูมิรัฐศาสตร์ กดดันบรรยากาศลงทุน
ประเด็นการเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นหัวข้อหลักบนเวทีการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาโวส โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ พยายามส่งสัญญาณผ่อนคลายความกังวล และย้ำว่าสัมพันธภาพระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปยังคงแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าอาจยังเป็นแรงกดดันต่อตลาด หุ้นสหรัฐ ในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนต้องประเมินทั้งปัจจัยการเมืองและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
ตลาดจับตา Fed แต่ยังไม่เร่งเปลี่ยนนโยบาย
ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนยังติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลหลักที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน โดยตลาดคาดการณ์ว่าการประชุมครั้งถัดไปมีแนวโน้มสูงที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกคงไว้ในระดับเดิม
แม้ปัจจัยด้านนโยบายการเงินจะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์กลับกลายเป็นตัวแปรหลักที่กดดันตลาด หุ้นสหรัฐ ในระยะนี้
ทองคำ–เงินพุ่งทำสถิติใหม่ นักลงทุนแห่หาสินทรัพย์ปลอดภัย
ท่ามกลางแรงเทขายในตลาดหุ้น นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน ราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% ขณะที่ราคาเงินพุ่งขึ้นเกือบ 7% ทำสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางการเมืองและการค้าโลก
มุมมองนักลงทุน: หุ้นสหรัฐยังเผชิญความผันผวน
ในระยะสั้น ตลาด หุ้นสหรัฐ มีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องจากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ ขณะที่ระยะกลาง นักลงทุนยังต้องประเมินว่ามาตรการภาษีจะถูกนำมาใช้จริงหรือเป็นเพียงเครื่องมือต่อรองเชิงนโยบาย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนจำนวนมากเลือกชะลอการรับความเสี่ยง และเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อรอความชัดเจนจากทั้งทิศทางนโยบายการค้าและสภาวะเศรษฐกิจโลกในช่วงถัดไป
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

