ทองพุ่งแรงปิดบวก $282 นักลงทุนแห่ช้อนซื้อหลังราคาร่วงหนัก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม โดยสัญญาทองคำ COMEX เดือนธันวาคมพุ่ง 3.47% ปิดที่ 4,359.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมปลายเดือนนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการเมืองเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ คาดว่าหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ราคาทองคำอาจแตะ 4,500–5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอนาคต ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการเจรจาการค้าระหว่างจีน–สหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นตัวแปรหลักต่อทิศทางทองคำในระยะต่อไป.

ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในวันจันทร์ (20 ตุลาคม) หลังนักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้ ขณะที่ตลาดยังคงจับตาความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
จากข้อมูลของตลาด COMEX (Commodity Exchange) สัญญาทองคำส่งมอบเดือนธันวาคม ปิดพุ่งขึ้นถึง 146.1 ดอลลาร์ หรือราว 3.47% แตะระดับ 4,359.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
นักวิเคราะห์จาก CPM Group ระบุว่า แรงซื้อทองคำในรอบนี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการถือครองทองคำในพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะผันผวนของตลาดทุน
เขายังเสริมว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างมหาอำนาจยังไม่ดีขึ้น ราคาทองคำ มีโอกาสดีดตัวต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า และอาจแตะระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ในเร็ว ๆ นี้ หรืออาจสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีหน้า หากเกิดแรงกดดันใหม่ในเวทีการค้าโลก
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุน ราคาทองคำ ให้ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง คือกระแสคาดการณ์ว่า เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 28–29 ตุลาคมนี้ โดยปัจจุบันนักลงทุนให้น้ำหนักความเป็นไปได้มากถึง 99% ขณะเดียวกัน ตลาดยังคาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม
ขณะนี้ เฟดได้เข้าสู่ช่วง Blackout Period ซึ่งเป็นช่วงงดให้ความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินก่อนการประชุม เพื่อไม่ให้เกิดการส่งสัญญาณที่อาจสร้างความสับสนต่อตลาด โดยนักลงทุนทั่วโลกกำลังรอคอยตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ เพื่อใช้ประเมินทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มการตัดสินใจของเฟด
ในอีกด้านหนึ่ง ความเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างประเทศยังคงมีผลต่อ ราคาทองคำ เช่นกัน โดยในสัปดาห์นี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตรียมเข้าพบ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อหารือทางการค้าก่อนที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะมีการพบปะนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ที่ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงปลายเดือนนี้
ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงมองว่าแนวโน้ม ราคาทองคำ ยังคงเป็น “ขาขึ้นระยะกลาง” โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเงินโลกกำลังรอท่าทีจากเฟด และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังไม่คลี่คลาย
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวอินโฟเควสท์
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ตลาดทองคำและโลหะเงินกำลังเผชิญความผันผวนรุนแรง หลังราคาพุ่งทำสถิติใหม่ก่อนถูกเทขายหนักและแกว่งตัวแรงต่อเนื่อง การปรับขึ้นมาร์จิ้นของ CME สะท้อนว่าความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การรีบาวด์แรงไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงที่ลดลง แต่ยืนยันว่าตลาดยังอยู่ในโหมดผันผวนสูง ผลกระทบลามถึงตลาดทองคำไทย ทั้งสเปรดที่กว้างขึ้นและการประกาศราคาแบบเรียลไทม์ บทเรียนสำคัญคือช่วงนี้ไม่ใช่ตลาดของเลเวอเรจสูงหรือการไล่ราคา แต่เป็นสนามของการบริหารความเสี่ยง วินัย และการอยู่รอดของพอร์ต

ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเผชิญแฟลชแครชครั้งใหญ่ เมื่อราคาทองคำและโลหะเงินร่วงรุนแรงภายในไม่ถึง 30 นาที สูญมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ แรงขายลุกลามไปยัง Bitcoin หุ้น และคริปโต สะท้อนภาวะสภาพคล่องที่หายไปพร้อมกันทั่วตลาด แม้ทองคำยังปิดเดือนในทิศทางแข็งแกร่ง แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าไม่มีสินทรัพย์ใดปลอดภัยเมื่อเกิดวิกฤตสภาพคล่อง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากกว่าการคาดทิศทางราคาในวันที่ตลาดผันผวนรุนแรง

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการเทรดฟอเร็กซ์และทองคำในมุมโครงสร้างตลาด ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา และลักษณะความเสี่ยง ฟอเร็กซ์เน้นการเคลื่อนไหวของค่าเงินตามเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ขณะที่ทองคำถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของโลก เนื้อหาชี้ให้เห็นว่าไม่มีตลาดใดดีกว่าอีกตลาดหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับสไตล์และความถนัดของนักเทรด การเริ่มจากความเข้าใจพื้นฐานและทดลองเทรดก่อนลงเงินจริง จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสอยู่รอดในระยะยาว
Exness
Vantage
EC markets
FOREX.com
FXTM
IC Markets Global
Exness
Vantage
EC markets
FOREX.com
FXTM
IC Markets Global
Exness
Vantage
EC markets
FOREX.com
FXTM
IC Markets Global
Exness
Vantage
EC markets
FOREX.com
FXTM
IC Markets Global