PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ทองคำปิดปรับตัวบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์

สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 8.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าช่วงเช้าของตลาดเอเชียราคาทองคําจะพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,669.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ หลังเงินเยนฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องขานรับการที่ทางญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการทุ่มซื้อเงินเยนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ราคาทองคํา อ่อนตัวลงหลังจากนั้น โดยได้รับแรงกดดันส่วนหนึ่งจากแรงขายกําไร ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในยูโรโซนหดตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีในเดือนต.ค. ประกอบกับหยวน offshore ดิ่งลงสู่ระดับต่ําสุดใหม่เป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ดํารงตําแหน่งผู้นําสมัยที่ 3 ได้สําเร็จ และรายชื่อคณะผู้บริหารระดับสูงยังคงมีแนวโน้มที่จะยึด มั่นในนโยบาย zero-COVID และนโยบายสนับสนุนภาครัฐมากกว่าการเติบโตของภาคเอกชน สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ําสุดในระหว่างวัน ซึ่งเป็นปัจจัย กดดันราคาทองคําให้เกิดการพักตัวลง แม้ว่าเอสแอนด์พี โกลบอลจะเปิดเผยตัวเลขดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว ซึ่ง อาจเป็นปัจจัยที่อาจทําให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกังวลว่าเฟดจะคงจุดยืนที่แข็งกร้าวในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อต่อไป นั่นทําให้การปรับตัวขึ้นของทองคํายังเป็นไปอย่างจํากัด ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําเพิ่ม +0.29 ตัน สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค.จากเฟดสาขาริชมอนด์
หากราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือโซน 1,644-1,638 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการแรงซื้อเพิ่มขึ้น อาจเห็นการดีดตัวขึ้นไปโดยยังมี แนวต้านด้านบนที่1,669-1,684 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ยืนเหนือแนวรับดังกล่าวไม่ได้ราคาอาจอ่อนตัวลงของราคาอีกครั้ง
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ $1,644-1,638
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,669-1,684
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลด $1,617
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น