ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคำ วานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระหว่างวันราคาทองคํายังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกในประเด็นยูเครน
สรุป ราคาทองคำ วานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระหว่างวันราคาทองคํายังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกในประเด็นยูเครน ล่าสุด วานนี้นายเจมส์ ฮปปีย์ รัฐในตรีกลาโหมอังกฤษ เปิดเผยว่า รัสเซียได้ส่งบุคลากรจํานวนมากที่เกี่ยวข้องกับชุดจู่โจมส่วงหน้าทางทหารเข้าสู่ยูเครนแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะพิจารณาคว่ําบาตรส่วนบุคคล (Personal Sanctions) ต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

หากรัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน สถานการณ์ยังคงกระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ ปลอดภัยจนหนุนให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนบริเวณ 1,853.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคํามีแรงขายสลับเข้ามาโดยได้รับแรงกดดันจากดัชนี ดอลลาร์ ที่แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย และการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าที่คาดไว้เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงิน เฟ้อ ปัจจัยดังกล่าวสกัดช่วงบวกราคาทองคํา
ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําเพิ่ม +4.65 ตันสะท้อนกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่กองทุน ETF ทองท่ามกลางการร่วงลงของสินทรัพย์เสี่ยง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ พร้อมจับตาผลการประชุมเฟตในเวลา 02.00 น.และถ้อยแถลงนายเจอโรม พาวเวลประธานเฟตในเวลา 02.30 น. ศาตเฟดจะ อัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.00-0.25% พร้อมส่งสัญญาณเกี่ยวกับปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. รวมถึงแผนการปรับลดขนาดงบดุลในอนาคต หากผลการประชุมที่ Hawkish น้อยกว่า หรือ ตาม คาดอาจส่งผลหนุนทองคําได้ กลับกันหากผลการประชุม Hawkish มากกว่าการคาดการณ์ของตลาดจะเป็นปัจจัยกดดันทองคําเช่นกัน
หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 1,837-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีผลให้ราคาพยายามทรงตัวและดีดตัวขึ้นช่วงสั้น หรือหากตลอดทั้งวันยังสามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้ คาดว่าจะเกิดแรงซื้อเข้ามาเพิ่ม โดยราคามีโอกาสขึ้นมาถึงบริเวณกรอบ แนวต้านโซน 1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากไม่สามารถผ่านได้ คาดจะมีแรงขายทำกำไรออกมาเพิ่มขึ้น

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,833 -1,819
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,863
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,819

ถ้าโดนโบรกเกอร์ Forex โกงมาแนะนำให้คุณเข้าไปที่ การเปิดเผย ของแอพ WikiFX เพื่อแฉโบรกเกอร์ อย่าปล่อยให้คนโกงลอยนวล ยิ่งคุณแฉโบรกเกอร์จะยิ่งกลัว รีบบบบเลย แฉเรื่องถอนเงินไม่ได้ เรื่อนกราฟผิดปกติ Slippage มากกเกินไป ได้หมดทุกเรื่อง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน