ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวสติลง 5.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในช่วงเช้าของตลาดเอเชียราคาทองคําจะปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,822.72
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวสติลง 5.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในช่วงเช้าของตลาดเอเชียราคาทองคําจะปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,822.72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําไม่สามารถรักษาช่วงนวกไว้ได้ โดยได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจส่งสัญญาณในเชิง Hawkish หรือ ในเชิงสนับสนุนการคุม

เข้มนโยบายการเงินมากยิ่งขึ้นในการประชุมนโยบายที่กําลังจะจัดขึ้นในวันที่ 25-16ม.ค.นี้ ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งสะท้อนการ คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น พุ่งขึ้นเหนือ 1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2020 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 10.2 bps สู่ระดับ 1.88% ซึ่งเป็นระดับ

สูงสุดในรอบ 2 ปีจนเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย นอกจากนี้ ทองคํายังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นในวันเดียวมาก สุดในรอบ 2 สัปดาห์ และแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 95.832 อีกด้วย ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดบริเวณ 1,805.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคา ทองคําจะฟื้นตัวลดช่วงบวก ในทันทีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ร่วงลงมาแตะที่ -0.7 ในเดือนม.ค. จากระดับ 31.9 ในเดือน ธ.ค. ต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 25.5 อย่างมาก ปัจจัยดังกล่าวช่วยสกัดช่วงติดลบของทองคํา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผย การอนุญาตก่อสร้าง และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ
ราคาทองคำพยายามเคลื่อนไหวเหนือแนวรับโซน 1,805-1,802 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้แสดงถึง แรงเข้าซื้อในระยะทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้าน โซน 1,827- 1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากผ่านได้ แนวต้านถัดไปนั้นอยู่ในบริเวณ 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,805-1,802
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,827-1,834
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,802
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ