ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการซื้อขายในกรอบแคบเนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดทองคำสหรัฐปิดทำการวานนี้
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการซื้อขายในกรอบแคบเนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดทองคำสหรัฐปิดทำการวานนี้ในวัน Martin Luther King ทั้งนี้ ในช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดเอเชีย ราคาทองคำอ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,812.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคากลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วสุดในการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือน มี.ค. ก่อนที่นักลงทุนบางส่วนจะเริ่มกลับเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลง

ขณะที่แรงซื้อส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีนในช่วงก่อนที่เทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง สะท้อนจากค่าพรีเมียมทองคำในจีนที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4-5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเทียบกับค่าพรีเมี่ยมที่ระดับ 3.5-5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์ก่อนหน้า สถานการณ์ดังกล่าวช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในระหว่างวัน สู่ระดับสูงสุดบริเวณ 1,823.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เช้านี้ ราคาทองคำแกว่งตัวอยู่ไม่ไกลจากระดับสูงสุดของวันทำการก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.8252% เป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเอาไว้ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง
00:39/02:00
สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ โดยคาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงนโยบายการเงินตามเดิมแต่อาจจะปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงติดตามการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index)และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจาก NAHB ของสหรัฐ

คำแนะนำ เปิดสถานะซื้อ 1,808-1,802
จุดทำกำไร ขายเพื่อทำกำไร $1,827-1,834
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,802
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ
EC markets
IC Markets Global
Vantage
OANDA
TMGM
octa
EC markets
IC Markets Global
Vantage
OANDA
TMGM
octa
EC markets
IC Markets Global
Vantage
OANDA
TMGM
octa
EC markets
IC Markets Global
Vantage
OANDA
TMGM
octa